จาก 2 ตัวอย่างที่ทดสอบ
ม้าไม่ตก แรงบิดเพิ่ม
รถออดี้ เอ4 1.8 ปี 1999 ติดแก๊สระบบหัวฉีดแอลพีจีของโวลทราน โดย GAS in CAR เมื่อลองจับค่าเอ/เอฟ น้ำมันพบว่าวิ่งหนาแถวๆ 11.5-12.0 ต่อ 1 ช่วงโอเพ่นลูปฯ ตอนเร่ง ซึ่งหนาไปไม่น้อย เมื่อเราเลือกจูนตอนเป็นแก๊สให้หนาเทียบได้กับค่าเอ/เอฟ 13.0 บวกลบนิดหน่อย ใช้แก๊สจึงได้แรงม้าและแรงบิดสูงกว่าตอนเป็นน้ำมันที่หนาๆ เพราะจ่ายแก๊สได้พอดีกว่า
ออดี้ เอ4 1.8 ปี 1999
เบนซิน 97.1 แรงม้า แรงบิด 125.9 นิวตัน-เมตร
แก๊ส แอลพีจี 96.4 แรงม้า แรงบิด 133 นิวตัน-เมตร
ส่วนคันบีเอ็มฯ อี 34 ซีรีส์ 5 วางเครื่องโตโยต้า 2JZ-GE ฝาดำ ไม่มีเทอร์โบ ติดแก๊สแอลพีจีระบบฟิกซ์มิกเซอร์เพียวๆ เมื่อลองจับค่าเอ/เอฟ ตอนใช้น้ำมันพบว่าวิ่งหนมากแถวๆ 10.6-11.2 ต่อ 1 ช่วงโอเพ่นลูปฯ ตอนเร่ง ซึ่งหนาไปมากๆ (ไม่รู้เป็นอะไร เครื่องญี่ปุ่น สเปคญี่ปุ่นจากเชียงกง เร่งมักจะหนา คงเป็นเพราะความร้อนและความหนาแน่นของอากาศ รวมถึงความสูงจากระดับน้ำทะเลของไทยกับญี่ปุ่นที่แตกต่างกันมาก) เมื่อเราเลือกจูนตอนเป็นแก๊สให้หนาเทียบได้กับค่าเอ/เอฟ 13.0 บวกลบนิดหน่อยใช้แก๊สจึงได้แรงม้าและแรงบิดสูงกว่าตอนเป็นน้ำมันที่หนาๆ เพราะจ่ายแก๊สได้พอดีกว่า
บีเอ็มฯ อี34 + 2JZ-GE ฝาดำ
เบนซิน 158.5 แรงม้า แรงบิด 206.4 นิวตัน-เมตร
แก๊ส แอลพีจี 161.8 แรงม้า แรงบิด 220.5 นิวตัน-เมตร
สรุปสั้นๆ ว่า ถ้าน้ำมันจ่ายพอดีเป๊ะ และจ่ายแก๊สพอดีเป๊ะ ตอนใช้แก๊สต้องแรงตกบ้าง แต่ไม่น่าเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าน้ำมันเดิมไม่พอดี แล้วจูนแก๊สได้หนาพอดีเป๊ะ ตอนใช้แก๊สอาจแรงเท่าเทียมหรือแรงกว่า แต่ถ้าจูนแก๊สแบบไม่มีเครื่องมืออะไรวัดหรือขาดความเข้าใจจริง ก็อาจจะทั้งเจออาการแรงตกและกินแก๊สโดยเปล่าประโยชน์แบบหลุดโลกก็เป็นได้
ถ้าเป็นอู่ติดแก๊สที่ไม่เข้าใจเรื่องค่าเอ/เอฟ ฯและงานจูนนิ่ง จ่ายแก๊สหนา-บางไปเรื่อยเปื่อย แน่นอนว่าเมื่อใช้แก๊สก็มีโอกาสแรงตกไม่น้อย จนกลายเป็นความเชื่อผิดๆ ว่า...ใช้แก๊สแล้วต้องอืด เพราะอู่ติดแก๊สส่วนใหญ่ทำได้แค่นั้น !
ลองดูกราฟการทดสอบที่เป็นผลงานการติดตั้งและงานจูนนิ่งของ GAS in CAR จะพบว่า...ติดแก๊สแล้วต้องไม่อืด และอาจแรงขึ้น (ถ้าระบบน้ำมันเดิมหนาหรือบางไปบ้าง)
คุณอยากให้รถติดแก๊สของคุณ...อืดไหม กินแก๊สทิ้งๆ ขว้างๆไหม? |